วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เด็กพิเศษกับเด็กปกติเรียนร่วมกันได้หรือไม่

อ้างอิง : http://taamkru.com/th//การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ/
  • การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Inclusive education for children with special needs)

    การเรียนร่วมบางเวลา (Integration) เป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติ โดยอาจจัดให้อยู่ในชั้นปกติในบางเวลา เช่น วิชาดนตรี พลศึกษา หรือร่วมกิจกรรม ลูกเสือ- เนตรนารี กีฬาสี เป็นต้น คาดหวังว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะมีโอกาสแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปกติ และยังหมายถึงการจัดชั้นเรียนเฉพาะสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนปกติ เด็กที่รับบริการในลักษณะนี้มักเป็นเด็กที่มีความพิการระดับปานกลางถึงระดับมาก จึงไม่อาจเรียนร่วมเต็มเวลาได้ ต้องมีการจัดทำแผนการศึกษาพิเศษเฉพาะบุคคลให้กับเด็ก

  • การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming) การจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้มีโอกาสได้เรียนชั้นเดียวกับเด็กปกติ ตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน เด็กปกติได้รับบริการการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนอย่างไร เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่ได้รับบริการเช่นเดียวกันเป้าหมายสำคัญของการเรียนร่วมเต็มเวลา คือ เพื่อให้เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันและมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างเด็กที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติ เด็กปกติจะยอมรับความหลากหลายของมนุษย์ เข้าใจว่าคนเราเกิดมาไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง ท่ามกลางความแตกต่างกัน มนุษย์เราต้องการความรัก ความสนใจ ความเอาใจใส่เช่นเดียวกันทุกคน
  • อ้างอิง : http://specialeducation1.yolasite.com/blog.php
  •  เด็กพิเศษก็เหมือนเด็กทั่วไปแต่สภาวะทางอารมณ์อาจจะแตกต่างกัน แม้ว่าคนเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เมื่อเกิดมาแล้วเราก็เลือกที่จะปฏิบัติได้ และที่พูดถึงในที่นี้ กำลังหมายความว่า เมื่อพ่อแม่ได้ให้กำเนิดบุตรที่มีความเป็นเด็กพิเศษออกมาแล้ว แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกเป็นเด็กปกติ มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์เหมือนกับเด็กทั่วๆไป แต่ไม่มีใครเลือกได้ขนาดนั้น เมื่อเขาเกิดมาแล้ว ทั้งสองคนคุณพ่อและคุณแม่ ต่างก็ต้องร่วมรับผิดชอบลูกน้อยที่เกิดออกมา เขาไม่ใช่เด็กเลวร้าย เขาแค่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาไม่สามารถบอกให้ตัวเองสะกดกลั้นอารมณ์เหมือนอย่างที่เด็กคนอื่นทำได้ แต่อาการเหล่านี้ฝึกได้ โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นแกนหลักในการช่วยให้ลูกควบคุมสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ ที่สำคัญที่ละเลยไม่ได้ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเอาใจใส่ลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เมื่อลูกเป็นเด็กพิเศษ อย่าจ้างคนที่ไม่รู้เรื่องการรับมือเกี่ยวกับเด็กพิเศษมาเลี้ยงลุกของคุณเด็ดขาด และหากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเป็นคนทำงานทั้งคู่ ขอแนะนำ http://reed-institute.com เป็นสถาบันที่มีการศึกษาพิเศษ เพื่อเด็กพิเศษโดยเฉพาะ จริงๆแล้วการศึกษาพิเศษ เป็นการศึกษาที่เด็กพิเศษต้องได้รับ เหมือนกับเด็กทั่วไปที่ต้องเข้าเรียน ซึ่งไม่ต่างกัน ในการศึกษาพิเศษนี้จะพัฒนาการเรียนรู้ และจะมีวิธีที่จะสื่อสารกับเด็กพิเศษ มีการฝึกให้ควบคุมทางด้านอารมณ์ และพฤติกรรมของเด็กที่ตัวเด็กเองในช่วงแรกๆยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ซึ่งสถาบันการศึกษาพิเศษแห่งนี้จะดูแลเด็กเพื่อพัฒนาศักยภาพของพวกเขา และทำการช่วยเหลือเด้กได้ตรงจุดที่เด็กบกพร่องโดยวิเคราะห์ปัญหาของเด็กเป็นรายๆไป

                    ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติ หรือว่าเป็นเด็กพิเศษ การเรียนรู้ การศึกษายังเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ อยู่ที่ว่าจะเรียนรู้หรือได้ศึกษาอะไรจากสถาบันที่เราไปเรียนนั่นเอง หากเป็นเด็กปกติ ก็ต้องศึกษาวิชาการต่างๆเพื่อหาความรู้ แต่เด็กพิเศษต้องเข้ารับการศึกษาพิเศษที่ต่างออกไป เพื่อขัดเกลาให้เขารู้จักที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ โดยมีพ่อแม่คอยให้กำลังใจ ดูแล และเอาใจใส่เป็นแรงหนุนให้เด็กรู้จักที่จะควบคุมตัวเองได้มากขึ้นอีกแรงหนึ่งนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น